Loading...

Follow L'Optimum Thailand on Feedspot

Continue with Google
Continue with Facebook
or

Valid
L'Optimum Thailand by L'officiel Hommes Thailand Club - 3d ago

The Rebel [Jingle] by Khan Thaitanium - YouTube

The Rebel [Jingle] by Khan Thaitanium

The post The Rebel [Jingle] by Khan Thaitanium appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 

HONNE (อ่านว่า ฮอน–เน่) คือชื่อวงดนตรีคู่หูจากลอนดอนที่มี James Hatcher และ Andy Clutterbuck เป็นสมาชิกหลัก เคยทำสถิติบัตรคอนเสิร์ต sold out ในกรุงเทพฯ จนต้องประกาศเพิ่มรอบ (และก็ sold out ตามไปอีก) เราได้มีโอกาสทาบทามพวกเขามาถ่ายแฟชั่นให้กับฉบับพิเศษของเราในครั้งนั้น ซึ่งพวกเขาก็ตอบรับคำชักชวนของเราเป็นอย่างดี

รู้ตัวใช่ไหมว่าคุณเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ชาวเอเชียมากเลยนะ

แอนดี้ : ผมไม่แน่ใจนะครับ บางครั้งผมก็แอบสงสัยเหมือนกันว่ามีใครรู้หรือเปล่าว่าพวกเรามาจากประเทศไหนกันแน่ เพราะอาร์ตเวิร์กบนปกอัลบั้มของพวกเราก็ไม่ได้มีหน้าพวกเรา เราใช้นางแบบจากประเทศจีน และยังมีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นด้วยครับ

วัฒนธรรมเอเชียมีอิทธิพลต่อการทำเพลงของคุณมากน้อยแค่ไหน

แอนดี้ : ผมไม่แน่ใจเรื่องอิทธิพลด้านดนตรีนะ แต่อิทธิพลทางอารมณ์น่ะชัดเลย เราใช้เอเลเมนต์ต่างๆ ในอัลบั้มเรา อย่างตัวอักษรญี่ปุ่นบนปกอัลบั้มแรก และนางแบบชาวจีนบนปกอัลบั้มที่สอง มันแทรกซึมเข้ามานะ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะเพราะว่าวัฒนธรรมเอเชียต่างจากสิ่งที่เราคุ้นชินมาก อะไรๆ มันก็เลยน่าสนใจและเป็นแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด คิดว่าไง

เจมส์ : ผมว่าในทางกลับกัน ถ้าคนเอเชียมาที่กรุงลอนดอนและเห็นสิ่งที่พวกเราเห็นจนชินตา พวกเขาก็คงได้รับแรงบันดาลใจกลับไปที่บ้านเขาเหมือนกันล่ะครับ

บอกความหมายของ HONNE หน่อยสิ

เจมส์ : มันแปลว่า ‘ความรู้สึกที่แท้จริง’ ครับ เป็นภาษาญี่ปุ่น เราต้องการจะสื่อสารว่า มนุษย์เราควรจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง และแชร์ความรู้สึกเหล่านั้นกับคนที่เราไว้ใจที่สุด ด้วยความเป็นมนุษย์เราก็คาดหวังให้อีกฝ่ายทำแบบเดียวกับเรา ดังนั้นเราก็อยากจะแสดงความรู้สึกแบบนั้นให้ทุกคนได้รับรู้น่ะครับ

แอนดี้ : ส่วนที่มาก็คือ ตอนที่เราเริ่มฟอร์มวงใหม่ๆ ผมอยู่ที่โตเกียว ส่วนเจมส์อยู่ที่ลอนดอน เราเลยคิดตรงกันว่าเราน่าจะหยิบคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นมาตั้งชื่อวงกันไหม เลยช่วยกันหาไปเรื่อยๆ จนเจอคำนี้ ซึ่งเห็นตรงกันว่าลงตัวครับ

สำหรับอัลบั้ม Love Me / Love Me Not คุณต้องการสื่อสารอะไรเป็นพิเศษไหม

แอนดี้ : เราต้องการส่งพลังงานในแง่บวกออกมาน่ะครับ พวกเราเก่งเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะแม้แต่เวลาแต่งเพลงเศร้าเราก็จะยังหาแง่มุมบวกๆ ใส่เข้าไปจนได้ แฟนๆ ของพวกเราชอบอะไรแบบนั้น ผมเลยอยากให้พวกเขารู้สึกดีหลังจากฟังเพลงของพวกเราน่ะ

เจมส์ : ผมอยากให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองสามารถคอนเน็กต์กับเพลงได้น่ะครับ ไม่ว่าจะผ่านพลังงานด้านบวกแบบที่แอนดี้ว่าไป หรือผ่านเนื้อร้องที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากพวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพังนะ อะไรแบบนั้น

พวกเราเซนส์ได้ว่าอัลบั้มนี้ดูสดใส ไม่ดาร์กเท่าอัลบั้มแรก เราเข้าใจถูกไหม

แอนดี้ : สถานการณ์ชีวิตพวกเราเปลี่ยนไปน่ะ ตอนทำอัลบั้มแรกพวกเรายังมีงานประจำทำอยู่ เลยต้องกลับมานั่งเขียนเพลงที่บ้านกันตอนกลางคืน มันเลยมีกลิ่นอายของเวลากลางคืนอยู่ ส่วนอัลบั้มนี้เราอยากส่งพลังงานด้านบวกออกมา เราเลยแต่งเพลงกันตอนกลางวันเป็นส่วนใหญ่

เจมส์ : เดี๋ยวสิ มันมีความแตกต่างระหว่าง ‘ความดาร์ก’ กับ ‘เวลากลางคืน’ นะ ถึงอัลบั้มแรกจะแต่งตอนกลางคืน แต่ในอัลบั้มนี้มันมีเอเลเมนต์ของความดาร์กในแง่ของเนื้อหาโดยรวมอยู่นะ ไม่ได้เกี่ยวกับเวลากลางคืนหรอก นี่ผมพูดจารู้เรื่องไหมเนี่ย

ยังไงกัน

แอนดี้ : เอาอย่างนี้ พวกเราไม่เคยนั่งคุยกันจริงจังว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไรนะ ทุกอย่างไหลออกมาตามธรรมชาติ แต่พอจะรวมเป็นอัลบั้มเราก็มาคิดคอนเซ็ปต์ให้มัน อัลบั้ม Love Me / Love Me Not เลยแบ่งออกเป็นสองพาร์ต หกเพลงว่าด้วยเรื่องราวของ Love Me ส่วนอีกหกเพลงว่าด้วยเรื่อง Love Me Not อธิบายแบบนี้พอจะเข้าใจกว่าไหม

โอเค มาเรื่องของคุณสองคนบ้าง มีหลายคนบอกว่าคุณสองคนดูเข้ากันได้ดี เคมีตรงกันมาก พวกคุณว่าไง

เจมส์ : ผมกับแอนดี้ชอบทำแบบทดสอบจิตวิทยาต่างๆ น่ะ พวกเราเคยทำอะไรบางอย่างที่เรียกว่า Myers-Briggs Type Indicator ผลออกมาว่าพวกเราไม่เหมือนกันเลย ถ้าจำไม่ผิดนะ ผมเป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต ออกสังคมเก่ง ส่วนแอนดี้เป็นอินโทรเวิร์ต เก็บเนื้อเก็บตัว แอนดี้ลงมือทำอะไรง่ายกว่าผม เพราะผมเอาแต่คิดจนไม่ลงมือเสียที อะไรประมาณนั้นนะครับ ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดคือพวกเราแบ่งบทบาทหน้าที่กันค่อนข้างชัดเจนในเรื่องการทำงานและการดำเนินชีวิต เราส่งเสริมกันและกันในทุกแง่มุม เวลาคนหนึ่งขาดอะไรไป อีกคนก็จะคอยเสริม เหมือนบาลานซ์กันและกันน่ะครับ อย่างเวลามีเรื่องบางอย่างที่ผมไม่พร้อมรับมือ แอนดี้ก็จะรับฟังและจัดการให้เรียบร้อย พวกเราไม่ค่อยทะเลาะกันนะ เรื่องเคมีก็สำคัญนะ เพราะเวลาคุณตั้งวงดนตรีที่มีแค่คุณสองคน ถ้าพวกคุณเข้ากันไม่ได้ เป็นเพื่อนกันไม่ได้จริงๆ มันก็คงไปไม่รอดหรอกครับ

ฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อยสิ

เจมส์ : ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะ พวกเราน่าจะได้กลับไปที่เมืองไทยอีกครั้งตอนช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมนะครับ ผมสัญญาว่าจะจับมือกับทุกคนที่มาเจอเราเลยครับ

แอนดี้ : ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดตั้งแต่อัลบั้มแรก พวกคุณเปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับประเทศของคุณ พวกคุณน่ารักมาก พวกเรารักคุณมากจริงๆ ครับ

The post ข่าวดีสำหรับสาวกอิเล็กทรอนิกดูโอ้อย่าง HONNE พวกเขากลับมาแสดงสดในประเทศไทยอีกเป็นครั้งที่สามแล้ว appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 
L'Optimum Thailand by L'officiel Hommes Thailand Club - 5d ago

Alessandro Michele ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Gucci และ Maurizio Cattelan ศิลปินชาวอิตาเลียน สองหัวเรือใหญ่แห่งศตวรรษจากทั้งสองวงการร่วมกันตั้งคำถามถึงเรื่องของการลอกเลียนแบบและการเปลี่ยนความฝันและจินตนาการที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้จริงผ่านผลงานการสร้างสรรค์ของพันธมิตรศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกภายใต้แนวความคิดเดียวกัน โดยนิทรรศการครั้งนี้ถูกริเริ่มและจัดขึ้นโดยคัตเตลัน และถูกขับเคลื่อนโดยมิเคเล โดยทั้งสองได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับความเป็นจริงในการนำเสนอในแง่มุมของศิลปะที่สามารถจับต้องได้จริงทั้งในแง่ของศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้เสพผลงาน

โดยศิลปินทั้งหมดกว่า 30 ชีวิตจากทั่วโลกรวมถึงศิลปินจีนที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ต้องการที่จะนำเสนอเรื่องราวของการลอกเลียนแบบ การทำซ้ำ การรื้อถอนและประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ ว่าเป็นสิ่งที่ถูกดูแคลนเสมอไปหรือไม่ หรือว่าค่านิยมของการลอกเลียนแบบนั้นถ้ามองจากในอีกมุมมันคือการรักษางานของต้นฉบับไว้ไม่ให้สูญหาย และมีคุณค่าในแง่ของศิลปะการสร้างสรรค์ไม่ต่างจากผลงานต้นแบบ

โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดไม่ให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา โดยการทำซ้ำโดยเก็บรักษาต้นฉบับไว้นั้นเป็นหลักการค่านิยมที่ริเริ่มกระทำกันก่อนหน้านี้ในงานศิลปะของฝั่งยุโรปด้วยซ้ำไป ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้จึงมีกระบวนการคิดและสร้างผลงานภายใต้โจทย์ความคิดการลอกเลียนแบบสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น

โดยเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าผลงานที่เรารับรู้ว่าเป็นต้นฉบับนั้นไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว เฉกเช่นเดียวกับผลงานของ Gucci ที่ผ่านมาภายใต้การสร้างสรรค์ของมิเคเลที่ได้ผสมผสานเอาแรงบันดาลใจที่มีอยู่แล้วตามวัฒนธรรมต่างๆ จากทั่วโลกผนวกเข้ากับผลงานการออกแบบของตัวเองเช่นนี้เรียกว่าการลอกเลียนแบบหรือไม่

หรือสิ่งที่มิเคเลกำลังสร้างสรรค์อยู่นั้นเป็นการเก็บรักษาข้อมูลทางวัฒนธรรมของโลกผ่านผลงานศิลปะที่เป็นรูปธรรมในรูปแบบที่เราเรียกว่า‘เครื่องแต่งกายนั้นจึงตอกย้ำไปอีกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกล้วนร้อยเรียงเล่าเรื่องต่อเนื่องกันแม้กระทั่งโลกของแฟชั่นและโลกของศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างไร้รอยต่ออย่างสิ้นเชิง

“การคัดลอกผลงานเปรียบเสมือนการหมิ่นประมาท การไม่เคารพต่อพระเจ้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงถึงการรับรู้ของสิ่งที่มีอยู่อย่างมีนัยสำคัญ” คือคำกล่าวของคัตเตลันต่อนิทรรศการครั้งนี้ ถ้าไม่นับรวมความย้อนแย้งและการเสียดสีต่อนิทรรศการในครั้งนี้ที่ได้ไปจัดขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่ง ณ เวลานี้นับเป็นแหล่งขุดทองแห่งใหม่ของโลก รวมไปถึงยังเป็นประเทศที่มีปริมาณการบริโภคอย่างมหาศาล การแสดงความเคารพต่อกันทั้งในแง่ของวัฒนธรรมที่แตกต่างและในมุมของความเป็นมนุษย์นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เพราะศิลปะคือภาษาสากลที่ไม่มีเส้นแบ่งใดๆ มากั้นนั่นเอง

The Artists on show:

John Ahearn (with Rigoberto Torres), John Armleder, Nina Beier, Brian Belott, Anne Collier, Jose Dávila, Wim Delvoye, Eric Doeringer, Sayre Gomez, Andy Hung Chi-Kin, Matt Johnson, Jamian Juliano-Villani, Kapwani Kiwanga, Ragnar Kjartansson, Josh Kline, Louise Lawler, Margaret Lee, Hannah Levy, Lu Pingyuan, Ma Jun, Nevine Mahmoud, Aleksandra Mir, Pentti Monkkonen, Philippe Parreno, Jon Rafman, Mika Rottenberg, Reena Spaulings, Sturtevant, Superflex, Oscar Tuazon, Kaari Upson, Danh Vo, Gillian Wearing, Lawrence Weiner, Christopher Williams, XU ZHEN®, Yan Pei-Ming, Damon Zucconi

The post The Artist Is Present – GUCCI appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 
L'Optimum Thailand by L'officiel Hommes Thailand Club - 1w ago

คิม โจนส์ นำเอาอนาคตมาสู่แบรนด์ DIOR. Men ด้วยบรรยากาศโชว์อลังการกับเซ็กซี่โรบอทขนาดสูง 11 เมตรสีเงินมันวาว แต่แรงบันดาลใจสำหรับเขานั้นยังเป็นเรื่องของมิสเตอร์ดิออร์ ที่มีความผูกพันกับญี่ปุ่นมาก(ตัวคิมก็เช่นกัน) โตเกียวคือเมืองแรกในตะวันออกไกลที่มิสเตอร์ดิออร์นำแฟชั่นโชว์มาแสดงและเปิดตลาดที่นี่ 

คิม โจนส์ถ่ายทอดความหลงใหลในญี่ปุ่นด้วยวัฒนธรรมผสมผสานสุดขั้ว ด้วยเป็นคอลเล็กชั่น Pre Fall เราจึงเห็นสีที่ขรึมขึ้น แต่เนื้อผ้ารังสรรค์จากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Tyvek jackets สีเมทัลลิก( Tyvek คือวัสดุที่ทอจากเส้นใยพลาสติก HDPV ผิวดูคล้ายกระดาษแต่มีความทนทานมากกว่า) หรือการเอาเนื้อผ้าเข้าเครื่องปั่นแล้วดูดเอาเส้นใยบางช่วงออกทำให้เกิดลวดลายที่คาดเดาไม่ได้ ทำได้ชนิดเนื้อผ้าที่เหลือจะเป็นผ้าโปร่ง จึงดูเหมือนลายลูกไม้ในอนาคตก็ว่าได้ แต่ละชุดที่ตัดจากเนื้อผ้านี้จะยูนีคไม่ซ้ำกันเลย และที่แสนจะเป็นดิออร์ คือ ผ้าลายตีนไก่(hound’s tooth)

ซิลลูเอทของชุดยังมีความสตรีทผสมผสานในความเทเลอร์ ซึ่งคิม โจนส์ บอกเป็นหัวใจของดิออร์ แต่กาวเกงทรงสลิมปลายขาอยู่ในบู้ทหรือรองเท้าขอบสูงกึ่งบู้ท ดูเหมือนยูนิฟอร์มของกองกำลังปลดปล่อยแห่งโลกแฟชั่น สไตล์ผมและการแคสติ้งนายแบบชวนให้นึกถึงคนเหล็กแต่ในเวอร์ชั่นสลิม แจ็คเก็ตป้ายด้านหน้ากระดุมเดียวอันโดดเด่นของคิม โจนส์ แต่มีลูกเล่นเยอะ อย่างตำแหน่งของกระดุมสูงขึ้นจากเดิม หรือการเล่นเนื้อผ้าต่างแบบแต่โทนสีเข้ากัน โครงแจ็คเก็ตบางตัวคล้ายเสื้อป้ายด้านหน้าของญี่ปุ่น

แล้วเซ็กซี่โรบอทอยู่ที่ไหน เธออยู่บนลายผ้าที่มีลายดอกซากุระที่ดูเก๋ ไม่ Kitsch และดูเป็นธีมสีดิออร์คือเทา-ชมพู เป็นลายผ้าสีละมุนสีเดียวในคอลเล็กชั่นโทนสีเข้มขรึมเป็นหลัก 

โดยรวมคอลเล็กชั่นนี้เหมือนเครื่องแบบของกองทัพปลดปล่อยในโลกอนาคต แต่มาปลดปล่อยแฟชั่นในยุคปัจจุบันให้พ้นจากเทรนด์เอจตี้ส์ที่กลับมาได้พักใหญ่ แต่เรายังไม่คิดว่ามินิมัลลิสม์ จะกลับมา เพราะยังไงก็ยังมีความน่าเบื่อ แต่ Dior Men คอลเล็กชั่นนี้คือคำตอบว่าไม่เยอะแบบเอจตี้ส์ แต่ไม่น้อยแบบไนน์ตี้ส์ควรจะเป็นอย่างไร คิมโจนส์ มาปลดปล่อยการแต่งกายของสุภาพบุรุษจริงๆ 

The post Dior Men’s Pre Fall 2019 appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 

จากเด็กหัวเกรียนในซีรีส์ชุด ‘Hormones วัยว้าวุ่น’ มาจนถึงหลากหลายบทบาททั้งศิลปิน นักร้อง นักแสดง และนายแบบ ในวันนี้ของต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร นั้นไม่มีอะไรง่ายเอาเสียเลย

ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้ตัวต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร มาขึ้นปกฉบับเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะนอกจากแฟนคลับจะได้สัมผัสมนตร์ขลังของกระดาษและกลิ่นหมึกที่ถ่ายทอดแฟชั่นผู้ชายสวยๆ แล้ว ต่อยังมีคิวที่จะปล่อยเพลงใหม่ในเดือนนี้พอดีอีกด้วย

เห็นสวมบทบาทหลากหลายมากในหน้าที่การงาน ชอบทำงานอะไรมากที่สุด

ขอไม่ตอบนะครับคำถามนี้ เพราะทุกงานที่ผมทำคืองานศิลปะ ดังนั้นคงหาไม่ได้หรอกครับว่าผมชอบทำอะไรมากที่สุด แต่ถ้าผมทำงานแค่อย่างเดียวก็อาจจะเบื่อและอยากดิ้นรนไปทำอย่างอื่นบ้าง การได้ทำงานหลากหลายจึงเป็นเรื่องที่ดี แต่รากฐานตัวตนของผมจริงๆ อาจจะอยู่ฝั่งนักแสดงมากกว่า เพราะเราเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงจากงานแสดงน่ะครับ

เลือกบทที่จะเล่นอย่างไร

บทที่ดีคือบทที่เราอ่านแล้วรู้ว่าคนเขียนบทเขาใส่ใจในการเขียนไหม อธิบายง่ายๆ คือ เราอยู่ในสังคมทุกวันนี้ มนุษย์ปกติจะไม่มีขาวหรือดำ ทุกคนเป็นสีเทาๆ เหมือนกันหมด มีความดี–ความเลวผสมกันอยู่ เวลาอ่านบทที่คนเขียนแคร์ตัวละครมากๆ เราอ่านแล้วจะไม่รู้สึกเกลียดตัวละครที่ต้องทำเรื่องไม่ดี แต่เราจะเข้าใจเขาว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนั้น เพราะเขาจะมีเหตุและผลของเขา ผมว่าบทแบบนี้น่าเล่น ถ้าใส่ใจกันมาตั้งแต่ตอนเริ่มเขียนบทมันจะไม่ตายไปตามกาลเวลา

วันว่างทำอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่จะไปออกกำลังกายครับ แต่ถ้ามีเวลาว่างไม่นานจะป๊อกเลยครับ หลับไว้ก่อน เพราะต้องพักผ่อนให้พอ ถ้าพักไม่พอ ไปออกกำลังกายก็ไม่ได้อะไรอยู่ดีครับ

คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายประเภทไหน และมีนิสัยในตัวเองอะไรที่ไม่ชอบบ้างไหม

ผมว่าผมเป็นผู้ชายประเภทที่ใช้สัญชาตญาณครับ ผมใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล และรู้สึกว่าสิ่งนี้จะเป็นพิษเหมือนกัน เพราะถ้าเราโตขึ้นเรื่อยๆ เราจะเจอกฎเกณฑ์ที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างอารมณ์และเหตุผล ต้องมีสตินิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ได้ เพราะบางครั้งความรู้สึกก็ไม่ได้นำพาไปสู่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป นี่เป็นสิ่งที่ผมทั้งชอบและไม่ชอบในตัวเอง ไม่แน่ใจว่านี่คือข้อดีหรือข้อเสีย

แล้วความรักล่ะ ต่อคิดว่าสิ่งที่ทำให้แฟนเราแตกต่างจากคนอื่นๆ คืออะไร

ความเข้ากันได้ครับ มันเป็นเคมีพิเศษที่เราหาไม่ได้ในคนรู้จักเราปกติ เป็นเคมีที่อธิบายเป็นข้อๆ ไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้เองว่าคนนี้คือคนที่น่าจะอยู่ในชีวิตเราได้ น่าจะเป็นเรื่องความเข้าใจเป็นหลัก เพราะเวลาเราโตขึ้นชีวิตมีอะไรทำมากกว่าการมีแฟน ชีวิตเรามีอะไรอีกเยอะแยะ มันอยู่ที่ว่าคนสองคนจะสามารถพร้อมจูนความเข้าใจเข้าหากันได้มากแค่ไหน

อยากทำงานกับผู้กำกับคนไหนเป็นพิเศษไหม

ตอบยากมากเลยนะครับ เพราะโลกนี้มีผู้กำกับอีกมากมายที่เราไม่รู้จัก ผมอยากจะเจอผู้กำกับใหม่ๆ ในชีวิตการทำงานของผม ดังนั้นคงไม่มีผู้กำกับคนไหนที่ผมอยากทำงานด้วยที่สุดนะครับ

คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง

คิดว่ายังนะครับ

แล้วจุดประสบความสำเร็จของตัวเองคือตรงไหน

(นิ่งคิด) ตอบยากมากเลยนะครับ ผมว่าตอบไม่ได้เลยด้วยซ้ำครับ เราคงต้องใช้เวลาค้นหาไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิตเลยก็ได้มั้ง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่รอนิตยสารเล่มนี้อยู่หน่อยสิ

เป็นอีกวันในการทำงานที่สนุกมากเลยครับ ได้ร่วมงานกับทั้ง L’Officiel Hommes และ Dior Homme เลยครับ สนุกมากจริงๆ ผมอยากฝากแฟนๆ ที่รออยู่ให้ติดตามด้วยนะครับ ดีมากเลยที่ผมได้ลงเล่มเดือนพฤศจิกายนพอดี เพราะนอกจากจะได้เห็นผมบนหน้านิตยสารแล้ว ทุกคนจะได้ฟังเพลงใหม่ของผมพอดีเลยครับ

The post Charmingly Handsome กับ ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 

อาจจะช้าไปหน่อย แต่เราสารภาพว่า เรารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ Marina Abramović เป็นครั้งแรกจากงาน The Artist Is Present ของเธอที่จัดแสดง ณ MoMA กรุงนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2010 ที่เปิดโอกาสให้คนดูมานั่งสบตาเธอเป็นระยะเวลาหนึ่ง และสิ่งที่ทำให้เราสนใจคือ การปรากฏตัวของ Ulay อดีตคู่รักและเพื่อนร่วมงานสุดอื้อฉาวของเธอนั่นเอง

หลังจากนั้น เราก็ไปเสิร์ชหาผลงานการแสดงเก่าๆ ของเธอ (กับ Ulay) และค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอผ่านยูทูบ และเฟสบุค ซึ่งก็สารภาพ(อีกครั้ง)ว่าเราไม่สามารถทำความเข้าใจกับอะไรต่อมิอะไรที่เธอแสดงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก และเราก็แอบโบ้ยเบาๆ ว่าเหตุผลที่เราไม่เข้าใจนั้น ก็เพราะว่าเราเสพงานศิลป์เหล่านั้นผ่านแชนแนลยูทูบ ไม่ได้เห็นการแสดงดังกล่าวสดๆ ต่อหน้านั่นเอง

ดังนั้น เมื่อมีการประกาศงาน Bangkok Art Bienale 2018 ขึ้นโดยมีการโหมโรงว่าจะมารีน่าและลูกศิษย์จะมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย เราก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและตีตั๋ว (ฟรี) ไปเฝ้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ A Possible Island? ทุกวาระและโอกาสที่จะพอเป็นไปได้ในทันที

การแสดงครั้งนี้คือเพอร์ฟอร์แมนซ์ต่อเนื่องจาก 8 ศิลปินจาก Marina Abramović Institute ใช้กระบวนการ The Abramović Method แสดงต่อเนื่องเพื่อนำพาผู้ชมเข้าสู่ห้วงเวลาคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ โดยมีแก่นกลางที่เชื่อว่าภายในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของห้วงเวลาและชุดข้อมูลในปัจจุบั้นนั้น ทำให้ห้วงเวลาในชีวิตของเราถูกแทนที่ด้วยความกลัวต่างๆ ทั้งกลัวความเดียวดาย กลัวไม่มีที่ทางในสังคม และกลัวที่จะคิดนอกกรอบ

การแสดง A Possible Island? จึงชวนคุณมาให้ความสำคัญกับ ‘ห้วงเวลา’ ปัจจุบันผ่านการหายใจ การควบคุมสติ และการใช้ ‘เวลา’ แต่ละวินาทีอย่างพินิจพิเคราะห์ผ่านการตีความของศิลปินทั้งแปดชีวิต ซึ่งการแสดงนี้จะแสดงอย่างต่อเนื่อง และผู้ชมจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแสดง ส่วนการตีความของการแสดงแต่ละชุดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชม ณ ห้วงเวลานั้นอย่างแท้จริง

ตัวเราเอง หลังจากได้เข้าๆ ออกๆ การแสดงชุดนี้หลายต่อหลายครั้ง เราได้สัมผัสประสบการณ์อันหลากหลายที่อธิบายได้ยาก สิ่งที่ปรากฏในหัวเราคือวลีที่เราเคยได้ยินจากไหนสักที่ว่า ‘Good art should disturb the comfort, and comfort the disburbed. – ศิลปะที่ดีควรจะกระตุ้นเราผู้ที่เฉื่อยชา และปลอบประโลมผู้ที่สับสน’ เพราะไม่ว่าเราจะเข้าไปในงานด้วยอารมณ์ใดก็ตาม เราจะกลับออกมาด้วยอารมณ์ขั้วตรงข้ามเสมอ นอกจากนั้น มันยังทำให้เราคิดถึงความอึดอัดตอนที่เราดูภาพยนตร์เรื่อง The Square (2017) เพราะความคับข้องใจ ความไม่เข้าใจ และความเร่งเร้ารุนแรงของงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดูเหมือนจะล้อเล่นกับโสตประสาตการรับรู้และกรอบคิดของสังคมของเราจนกระทั่งกระตุ้นอารมณ์หวาดกลัว และไม่มีที่มีทางในสังคมจำลองบนชั้น 8 ณ หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัมผัสมนตรา เสน่ห์ และความหลอนของการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์แบบต่อเนื่องของ 8 ศิลปินจาก Marina Abramović Institute (MAI) ณ ห้องโถงชั้น 8 หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่จะแสดงถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

Photo credit: BACC/Jukkrit.H

The post โค้งสุดท้าย!!! เสพงานศิลป์สุดติสต์จาก Marina Abramović Institute ณ bacc appeared first on L'Officiel Hommes Thailand.

Read Full Article
  • Show original
  • .
  • Share
  • .
  • Favorite
  • .
  • Email
  • .
  • Add Tags 

Separate tags by commas
To access this feature, please upgrade your account.
Start your free month
Free Preview